วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

การเดินทางไปต่างประเทศ (Travelling abroad)

ก่อนการดินทางไปต่างประเทศ เราต้องมีความพร้อมทั้งทางด้านภาษาและข้อมูลต่างๆ อันเกี่ยวกับประเทศที่เราจะไปนั้น ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบก่อนการเดินทางและในระหว่างการเดินทาง ได้แก่

- การจองตั๋วเครื่องบิน

- การสนทนากับพนักงานบนเครื่องบิน

- การขอรัรบกระเป๋าเดินทาง

- ด่านตรวจคนเข้าเมือง

- ถึงจุดหมายปลายทาง

-

คำศัพท์ที่ควรทราบในเบื้องต้น

1. ตั๋วเครื่องบิน = air ticket (แอร์ ทิคเก็ต)

2. บัตรผ่านขึ้นเครื่องบิน = Boarding Card/Pass (บอดิง คาด/พาส)

3. ป้ายติดประเป๋า = Baggage Tag/Baggage Cheek (แบ็กเก็จ แท็ค/แบ็ก

เก็จ เช็ค)

4. ห้องพักผู้โดยสารขาออก = Departure Lounge (ดิพาทเชอะ เลานจ)

5. บัตรขึ้นเครื่องบิน = Embarkation Card (อิมบาคเคชั่น คาด)

6. เที่ยวบิน = Flight number (ไฟล้ท นัมเบอร์)

7. ตั๋วเที่ยวเดียว = One way (วัน เวย์)

8. ตั๋วไปกลับ = round trip (ราวด ทริพ)

9. ที่นั่งชิดหน้าต่าง = window seat (วินโด้ว ซีท)

10. สนามบิน = airport (แอร์พอร์ท)

11. เครื่องบินโดยสาร = passenger plane (พาสเซนเจ่อร์ เพลน)

12. สายการบิน = airline (แอร์ไลน)

13. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาย = steward (สทิวเอิด)

14. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิง = stewardess (สทิวอะดิส)

15. แอร์โฮสเตส = air hostess (แอร์ โฮสทิส)

16. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน = flight/cabin attendant (ไฟล้ท/คาบิ้น อะเท็นดันท)

17. เข็มขัดนริภัย = seat belt (ซีท เบ็ลท)

18. บัตรลงเครื่องบิน = Disembarkation/Landing/Arrival/Immigration

Card (ดิสซิมบาคเคชั่น/แลนดิ้ง/อะไรว/อิมมิแกรชั่น

คาด)

19. ทางเข้าสำหรับผู้โดยสาร = Passengers’ entrance (พ้าสเซ็นเจอร์ส เอ็นทร้านส)

20. มาส่ง = see off (ซีออฟ)

21. บินตรง = direct flight (ไดเร็ค ไฟล้ท)

22. แวะจอด = stopover (สต็อพโอเว่อร์)

23. การตรวจเอกสารเมื่อขึ้นลงเครื่อง = Check-in (เช็ค-อิน)

24. การบินขึ้น = taking off (เท็คกิ่ง ออฟ)

25. การแล่นลง = landing (แลนดิ่ง)

26. มาถึง = arrive (อะไรว)

27. ด่านศุลกากร = Customs (คัสทัมส)

28. การแจ้งเสียภาษี = declare (ดีแคลอะ)

29. ร้านสินค้าปลอดภาษี = Duty-free shop (ดิวตี้-ฟรี ช็อพ)

30. ภาษี = tax (แท็คส)

31. ประตูขึ้นเครื่องบิน = gate (เกท)

32. การตรวจหาวัตถุอันตราย = Security check (ซิคิวริตี้ เช็ค)

33. ทางออกฉุกเฉิน = emergency exit (อิเมอเจนซี่ เอ็คชิท)

34. มีคนอยู่ (ห้องน้ำ) = occupied (อ็อคคิวไพท)

35. ว่าง (ห้องน้ำ) = Vacant (เวคึนท)

36. ด่านตรวจโรค = quarantine (ควอรึนทีน)

37. ค่าตรวจคนเข้าเมือง = immigration (อิมมิเกรชั่น)

38. ประชาสัมพันธ์ = information (อินฟอร์เมชั่น)

39. หมายเลขหนังสือเดินทาง = Passport Number (พ้าสปอร์ท นัมเบอร์)

40. บัตรฉีดยา = Vaccination Certificate (แว๊กซิเนชั่น เซอติฟิเก็ต)

41. เมาอากาศ (ป่วย) = airsick (แอร์ซิค)

42. เลื่อนเวลาขึ้น-ลง = flight delay (ไฟล้ท ดีเลย์)

43. ยกเลิก = Cancel (แคนเซิล)

44. กระเป๋าเดินทางถือขึ้นเครื่องได้ = carry-on/hand luggage (แครี่-ออน/แฮน ลักเก็จ)

45. การปฐมพยาบาล = first-aid (เฟิสท-เอด)

46. ระหว่างทาง = en route (อางรูท)

47. อยู่บนเครื่อง = aboard (อะบอร์ด)

48. อากาศยาน = aircraft (แอร์คร๊าฟท)

49. การยืนยันอีกครั้ง = reconfirm (รีคอนเฟิม)

50. ประเทศที่เกิด = Country of origin (คันทรี ออฟ ออริจิ่น)

51. ใบแจ้งรายการสิ่งของนำเข้า = Customs declaration (คัสทัมส เด็คคละเรชั่น)

52. ภาษีขาออก = departure tax (ดีพาทเจ่อร์ แท็ค)

53. จุดหมายปลายทาง = destination (เด็สทิเนชั่น)

54. สิ่งของฟุ่มเฟือย = luxury item (ลัคซึริ ไอเท็ม)

55. การเดินทางระยะไกล = long-haul route (ลอง-ฮอล รูท)

56. การเดินทางแบบประหยัด = package tour (แพ็คเก็จ ทัวร์)

57. สถานีปลายทางหรือต้นทาง = terminal (เทอมินัล)

58. ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว = ticket agent (ทิคเก็ท เอเจ่นท)

59. ตารางเวลา = time-table (ไทม-เทเบิ้ล)

60. ผู้ประกอบการท่องเที่ยว = tour operator (ทัวร์ อ็อพเพอะเรเตอร์)

61. นั่งท่าตรง = upright position (อัพไร้ท โพซิชั่น)

62. ตราที่ประทับลงในหนังสือเดินทาง = visa (วีซ่า)

63. เครื่องบินเช่าเหมาลำ = Charter plane (ชาทเทอะ แพลน)

64. บันไดขึ้นลงเครื่องบิน = ramp (แร็มพ)

65. การเตรียมซื้อที่นั่งจากคนอื่นที่สละสิทธิ์ = Standby (สแท็นด บาย)

66. เวลาท้องถิ่น = local time (โลคึล ไทม)

67. ที่นั่งริมทางเดิน = aisle-seat (ไอลฺ ซีท)

68. ที่พักผู้โยสารที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบิน = Transist Lounge (แทร็นซิท เล้านจ์)

69. เที่ยวบินต่อ = connecting flight (คะเน็คทิ่ง ไฟล้ท)

70. นิตยสารบนเครื่องบิน = in3flight magazine (อินไฟล้ท แม็กกะซีน)

71. ค่าโดยสารเครื่องบิน = airfare (แอร์แฟ)

การซื้อตั๋วเครื่องบิน

ตัวอย่างบทสนทนาเกี่ยวกับการซื้อตั๋วเครื่องบิน

A : I’d like to buy an air ticket to London, please.

(ไอด ไล้ค ทู บาย แอน แอร์ ทิคเก็ท ทู ลอนดอน พลีส)

ดิฉันต้องการซื้อตั๋วเครื่องบินไปลอนดอนหนึ่งใบค่ะ

B : One way or round trip, madam?

(วัน เวย์ ออร์ ราวด ทริพ มาดาม)

ตั๋วบินเที่ยวเดียวหรือบินไปกลับครับคุณผู้หญิง

A : Round trip, please. (ราวด ทริพ พลีส)

ตั๋วบินไปกลับค่ะ

B : What airlines do you want to fly with?

(ซ้อท แอร์ ไลนส ดู ยู ว้อนท ทู ฟลาย วิธ)

คุณต้องการบินไปกับสายการบินอะไร

A : Any airline that has a flight at 2.00 p.m. on Sunday.

(เอนนี่ แอร์ไลน์ แธ็ท แฮส อะ ไฟล้ท แธท ทู พี เอ็ม ออน ซันเดย์)

สายการบินอะไรก็ได้ที่มีเที่ยวบินเวลาบ่าย 2 โมงวันอาทิตย์

B : OK! Let me check. Oh! yes, there is flight number ……… that leaves at 2.00 p.m.

(โอเค เล็ท มี เช็ค โอ่ เยส แธร์ อีส ไฟล้ท นัมเบอร์ ......... แธ็ท ลีฟส แอท ทู พีเอ็ม)

โอเค ขอให้ผมตรวจดูก่อนนะครับ โอ่ ใช่เลยครับมีเที่ยวบินที่ ........ ซึ่งจะออกเวลาบ่าย 2 โมงครับ

A : Then, I’ll take that flight if the seat is available.

(เธ็น ไอล เท็ค แธ็ท ไฟล้ท อิฟ เธอะ ซีท อีส อะไวละเบิ้ล)

ตกลงดิฉันจะจองเที่ยวบินนั้น ถ้ามีที่นั่งว่าง

B : Yes, many seats are available.

(เยส เมนี ซีทส อาร์ อะไวละเบิ้ล)

ใช่ครับ มีหลายที่นั่งยังว่างอยู่ครับ

A : Very good and thank you for your help.

(เวรี่ กูด แอนด์ แธ้งกิ่ว ฟอร์ ยัวร์ เฮ็ลพ)

ดีมากเลยค่ะและขอบคุณมากสำหรับการช่วยเหลือของคุณ

B : you’re most welcome, madam.

(ยูเออะ โมสท เว็ลคัม มาดาม)

ยินดีต้อนรับด้วยความยินดีครับคุณนาย

ประโยคอื่นๆ ที่ควรทราบเกี่ยวกับการจองตั๋ว

1. Give me a round-trip ticket to paris.

(กิฟ มี อะไ ราวด-ทริพ ทิคเก็ท ทู ปารีส)

ผมขอตั๋วไปกลับปารีสครับ

2. I want to leave on flight number 107 of the Thai Airways International.

(ไอ ว้อนท ทู ลีฟ ออน ไฟล้ท นัมเบอร์ วัน-โอ-เซวึ่น ออฟ เธอะ ไทย แอร์ไวย์ส อินเตอร์เนชั่นแนล)

ผมต้องการไปเที่ยบิน 107 ของสายการบินไทยครับ

3. How much does the trip cost?

(ฮาว มัช ด๊าส เธอะ ทริพ ค้อสท)

ค่าเดินทางเท่าไหร่ครับ

4. Is my luggage overweight?

(อีส มาย ลักกิจ โอเว่อร์เว็ท)

กระเป๋าของผมน้ำหนักเกินรึป่าวครับ

5. How much do I have to pay for the overweight?

(ฮาว มัช ดู ไอ แฮ็ฟ ทู เพย์ ฟอร์ ธิ โอเว่อร์เว็ท)

ผมต้องจ่ายค่าน้ำหนักเกินเท่าไรครับ

6. I want to change my reservation to another day.

(ไอ ว้อนท ทู เช็นจ มาย เร็ซเซอะเวชั่น ทู อนัธเธอะ เดย์)

ผมต้องการเปลี่ยนวันจองที่นั่งเป็นวันอื่นครับ

7. What is my flight number and what time does it leave?

(ว็อท อีส มาย ไฟล้ท นัมเบอร์ แอนด์ ว็อท ไทม ด๊าส อิท ลีฟ)

ผมได้เที่ยบินที่เท่าไรและจะออกเมื่อไรครับ

8. What gate do I take to flight number 260?

(ว็อท เก็ท ดู ไอ เท็ค ทู ไฟล้ท นัมเบอร์ ทู-ซิก-โอ)

ประตูไหนที่จะไปขึ้นเครื่องเที่ยวบินที่ 260 ครับ)

9. Do you have my reservation for flight number AI 703 on the Indian Airline?

(ดู ยู แฮ็ฟ มาย เร็ซเซอะเวชั่น ฟอร์ ไฟล้ท นัมเบอร์ เอไอ เซวึ่น-โอ-ธรี- ออน ธิ อินเดีย แอร์ไลน์)

คุณได้สำรองที่นั่งไว้ให้ผมสำหรับเที่ยวบิน เอไอ 703 ของสายการบินแอร์อินเดียหรือเปล่าครับ

บนเครื่องบิน

ในขณะที่อยู่บนเครื่องบินเราอาจต้องใช้ประโยคเหล่านี้ เช่น

1. Where is my seat?

(แวร์ อีส มาย ซีท)

ที่นั่งผมอยู่ที่ไหนครับ

2. Please bring me a blanket.

(พลีส บริง มี อะ แบล็งเก็ต)

ขอผ้าห่มหน่อยครับ

3. I’m cold. (ไอม โคลด)

ผมรู้สึกหนาว

4. Please tell me whether I have to change planes.

(พลีส เท็ล มี เว็ทเธอะ ไอ แฮ็ฟ ทู เช็นจ แพลนส)

ช่วยบอกหน่อยครับว่าผมต้องเปลี่ยนเครื่องบินหรือเปล่า

5. Is it possible to change seats?

(อีส อิท พ้อสซิเบิ้ล ทู เช็นจ ซีทส)

จะขอเปลี่ยนที่นั่งได้หรือไม่ครับ

6. Could I have another blanket, please?

(คูด ไอ แฮ็ฟ อะนัธเธอะ แบล็งเก็ต พลีส)

ผมขอผ้าห่มอีกได้ไหมครับ

7. Do you mind if I recline my seat?

(ดู ยู ไมนด อิฟ ไอ รีไคลน มาย ซีท)

คุณจะรังเกียจไหมถ้าผมจะขอเอนเก้าอี้ลง

8. I fell sick. (ไอ พีล ซิค)

ผมรู้สึกป่วย

9. I’d like to have a whisky on the rocks, please.

(ไอด ไล้ค ทู แฮ็ฟ อะ วิสกี้ ออน เธอะ ร็อคส พลีส)

ผมอยากได้วิสกี้ใส่น้ำแข็งครับ

10. I’m thirsty. Could I have orange juice, please?

(ไอม เธิร์สตี้ คู้ด ไอ แฮ็ฟ ออริ่นจ จูส พลีส)

ผมรู้สึกกระหาย ผมขอน้ำส้มคั้นหน่อยได้ไหมครับ

11. May I smoke? (เมย์ ไอ สโม้ค)

ผมสูบบุหรี่ได้ไหมครับ

12. What is my seat number on this flight?

(ว็อท อีส มาย ซีท นัมเบอร์ ออน ธิส ไฟล้ท)

ฟมได้ที่นั่งเบอร์ อะไรบนเที่ยวบินนี้

13. When will we reach Paris?

(เว็น วิล วี รีช ปารีส)

เราจะไปถึงปารีสเมื่อไรครับ

14. How high are we flying?

(ฮาว ไฮ อาร์ วี ฟลายอิ้ง)

เรากำลังบินสูงเท่าไรครับ

15. What are we over now?

(ว็อท อาร์ วี โอเว่อร์ นาว)

ตอนนี้เราอยู่เหนืออะไรครับ

16. What is that down there?

(ว็อท อีส แธ็ท ดาว แธร์)

ที่อยู่ข้างล่างนั้นอะไรครับ

17. I have to catch a connecting flight to Bombay at Delhi.

(ไอ แฮ็ฟ ทู แค็ทช อะ คะเน็คทิ่ง ไฟล้ท ทู บอมเบย์ แอ็ท เดลลี่)

ผมต้องต่อเที่ยวบินไปบอมเบย์ที่กรุงเดลลี

การขอรับกระเป๋าเดินทางและด่านศุลกากร

1. I can’t find my baggage.

(ไอ ค้านท ไฟนด มายแบ็กเกจ)

ผมหาประเป๋าผมไม่พบครับ

2. My baggage contains only personal articles.

(มาย แบ็กเกจ คอนเท็นส ออนลี่ เพอซึนนึล อ้าทิเกิ้ลส)

กระเป๋าเดินทางของผมบรรจุแต่ของใช้ส่วนตัวเท่านั้นเอง

3. I’m travelling alone. (ไอม แทร็ฟเวลลิ่ง อะโลน)

ผมเดินทางตามลำพังครับ

4. I plan to stay for ten days.

(ไอ แพลน ทู สเตย์ ฟอร์ เท็น เดย์ส)

ผมวางแผนที่จะอยู่พักสัก 10 วันครับ

5. Everything is for my personal use.

(เอ็ฟวรี่ธิง อีส ฟอร์ มาย เพอซึนนึล ยูส

ทุกสิ่งเป็นของใช้ส่วนตัวของผมครับ

6. I have nothing to declare, sir.

(ไอ แฮ็ฟ น้อทธิง ทู ดีแคอละ เซอร์)

ผมไม่มีอะไรที่จะต้องแสดงต่อศุลกากรครับ

7. I come from Thailand

(ไอ คัม ฟอร์ม ไทยแลนด์)

ผมมาจากประเทศไทยครับ

8. Can I close my baggage now?

(แคน ไอ โคล้ส มายแบ็กเกจ นาว)

ผมปิดกระเป๋าของผมตอนนี้ได้หรือไม่ครับ

9. What is the purpose of your visit?

(ว็อท อีส เธอะ เพอพัส ออฟ ยัวร์ วิสิท)

อะไรคือจุดมุ่งหมายในการเยือนของคุณ

*ข้อสังเกต

ห้องพักในโรงแรมโดยทั่วๆ ไปจะแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้

1. ห้องพักเดี่ยว, เตียงเดี่ยว (single room, single bed)

2. ห้องเดี่ยว, เตียงคู่ (single room, double bed)

3. ห้องคู่, เตียงคู่ (double room, double bed)

4. ห้องคู่, เตียงเดี่ยว 2 เตียง (double room, twin beds)

5. ห้อสูท หรือห้องชุด (suite)

6. ห้องเชื่อม 2 ห้องมีประตูเชื่อมติดต่อกันได้ (connecting room)

7. ห้องที่อยู่ติดกัน (adjoining room)

นอกจากนี้ก็ยังมีห้องแบบ with bath (มีอ่างอาบน้ำในตัว) without bath (ไม่มีอ่างอาบน้ำในตัว) หรือ with shower (มีแต่ที่อาบน้ำแบบฝักบัว)

เกี่ยวกับตั๋วเครื่องบิน

1. First class = ตั๋วชั้นที่หนึ่ง

2. Business class = ตั๋วชั้นนักธุรกิจ

3. Economy class = ตั๋วชั้นประหยัด

4. An open-end ticket = ตั๋วเปิดว่างไว้ยังไม่ได้ confirm

5. A round-trip ticket = ตั๋วไปกลับ

6. A one-way ticket = ตั๋วเที่ยวเดียว

บทสนทนาประจำบท

A : Thank you for coming to see me off.

B : It’s a pleasure. Have you checked in?

A : Not yet. There is still a lot of time.

B : How long will you spend your holidays in London?

A : I’ll be there about three weeks.

B : I hope you’ll enjoy your trip. Please drop me a line when you reach there.

A : Oh! Sure, I’ll do.

B : Goodbye and happy landing.

A : Goodbye and thank you once again.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น