วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

การตั้งคำถามและการตอบคำถาม (Questions and Answers)

ในการสนทนากันนั้น ถ้าปราศจากการถามตอบกันเสียแล้ว ก็คงจะไม่มีรสชาติเป็น หรือไม่ก็เป็นการสนทนาที่ไม่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นเพื่อความสมบูรณ์แบบของการศึกษาภาษาอังกฤษ เราจำเป็นต้องรู้จักโครงสร้างของประโยคคำถามและคำตอบ

การตั้งคำถาม

โครงสร้างของประโยคคำถาม

1. สร้างประโยคคำถามโดยใช้คำแสดงคำถาม (Question words)

เช่น

1 2 3 4

คำแสดงคำถาม + กริยาช่วย + ประธาน + กริยาแท้

เช่น

What + do + you + want?

คำแสดงคำถามได้แก่

what (ว็อท) = อะไร

why (วาย) = ทำไม

where (แวร์) = ที่ไหน

when (เว็น) = เมื่อไหร่

who (ฮู) = ใคร whom (ฮูม) = ใคร whose (ฮูส) = ของใคร

Which (วิช) = อันไหน

how (ฮาว) = อย่างไร

รูปแบบของกริยาช่วย

1. Verb to be (เวิบ ทู บี) ได้แก่

Is (อีส) am (แอม) are (อาร์) = ปัจจุบันกาล

was (วอส) were (เวอร์) = อดีตกาล

2. Verb to have (เวิบ ทู แฮ็ฟ) ได้แก่

has (แฮส) have (แฮ็ฟ) = ปัจจุบันกาล

had (แฮด) = อดีตกาล

3. Verb to do (เวิบ ทู ดู) ได้แก่

do (ดู) dose (ด๊าส) = ปัจจุบันกาล

did (ดิด) = อดีตกาล

นอกาจากนี้ยังมีกริยาช่วยประเภทอื่น เช่น

can (แคน) - could (คูด)

will (วิล) - would (วูด)

shall (แชล) - should (ชูด)

2. สร้างประโยคคำถามด้วยการใช้กริยามานำหน้าประโยค เช่น

1. Can you speak English?

(แคน ยู สปีค อิงลิข)

คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม

2. Is he a good man? (อีส ฮี อะ กูด แมน)

เขาเป็นคนดีหรือเปล่า

โครงสร้าง กริยาช่วย + ประธาน + ส่วนประกอบประโยคหรือกริยาแท้ + กรรม

3. สร้างประโยคคำถามโดยการออกเสียงสูงท้ายประโยคหรือใช้เครื่องหมายคำถาม (Question mark) ท้ายประโยคในภาษาเขียน เช่น

You can speak English?

(ยู แคน สปีค อิงลิช)

คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม

การตอบคำถาม

1. การตอบประโยคคำถามที่ใช้คำแสดงคำถาม (Question words) มาขึ้นต้นประโยค ทำได้โดยลักษณะนี้

ถาม : What do you want?

ตอบ : I want a pen.

ถาม : Who are you?

ตอบ : I am a teacher.

*ข้อสังเกต

การตอบคำถามในลักษณะประโยคเช่นนี้ไม่ได้ตอบด้วย Yes หรือ No แต่เป็นการตอบโดยใช้ประโยคบอกเล่าธรรมดานี่เอง

2. การตอบประโยคคำถามที่ใช้กริยาช่วยมานำหน้าประโยค ต้องตอบด้วย Yes หรือ No เช่น

ถาม : Are you a thacher?

ตอบ : Yes, I am/No, I am not.

ถาม : Can you speak English?

ตอบ : Yes, I can/No, I cannot.

3. ในกรณีที่ตอบ คำถามไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุด็แล้วแต่ เช่น พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น หรือไม่เข้าใจคำถาม พึงตอบดังนี้

1. Sorry, I can’t hear you. (ซอรี่ ไอ ค้านท เฮียร์ ยู)

ขอโทษครับ ผมไม่ได้ยินที่คุณพูด

2. I’m sorry I can’t speak English.

(ไอม ซอรี่ ไอ ค้านท สปีค อิงลิช)

ขอโทษครับ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

3. I’m afraid I don’t understand what you said.

(ไอม อะเฟรด ไอ โด้นท อันเดอร์สแตนด์ ว็อท ยู เซด)

ผมเกรงว่า ผมจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูดครับ

4. Let me see. (เล็ท มี ซี)

ขอให้ผมคิดดูก่อน

5. Let me think for a moment.

(เล็ท มี ธิงค ฟอร์ อะ โมเม้นท)

ขอให้ผมคิดสักครู่ครับ

6. I’m sorry I don’t know.

(ไอม ซ้อรี่ ไอ โด้นท โนว)

ผมเสียใจ ผมไม่ทราบครับ

ดูตัวอย่างบทสนทนาประกอบบทนี้

ถาม : Where are you going?

ตอบ : I’m going to see my friend at his company.

ถาม : Do you want to buy anything for him?

ตอบ : Yes, I do.

ถาม : What do you want to buy?

ตอบ : I want to buy some fruits for him.

ตอบ : Then, you can buy it at the market over there.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น