วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การพูดโทรศัพท์ (Telephone Conversation)

การพูดโทรศัพท์ (Telephone Conversation)

ในชีวิตประจำวันของเรานั้น โทรศัพท์นับว่าเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะใช้ในการติดต่อสื่อสารได้อย่างฉับไวแล้ว ยังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกด้วย

อย่างไรก็ตามโทรศัพท์ไม่ว่าเป็นชนิดติดตั้งในตัวอาคาร หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดรถยนต์ (Mobile Telephone) หรือโทรศัพท์มือถือ (Portable / Handheld telephone) ต่างก็ใช้ภาษาสนทนาอย่างเดียวกัน ตามปกติเมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เราควรรีบรับแล้วทักทายด้วยประโยคเหล่านี้

1. Hello! Good morning / afternoon / evening. This is ………………….. company.

May I help you?

(เฮลโล่ กู๊ด มอร์นิ่ง / อ๊าฟเตอร์นูน / อิ๊ฟนิ่ง ธิส อิส ................... คัมพะนิ

เมย์ ไอ เฮ็ลพ ยู)

สวัสดีครับ (ตอนเช้า / ตอนบ่าย / ตอนเย็น ) นี่คือบริษัท ........................

ผมช่วยอะไรคุณได้บ้างครับ?

2. Hello! Vichai speaking. What can I do for you?

(เฮลโล่ วิชัย สปีกกิ้ง ว็อท แคน ไอ ดู ฟอร์ ยู)

สวัสดีครับ วิชัยกำลังพูดครับ ผมช่วยอะไรคุณได้บ้างครับ?

3. Hello, this is vichsi Saendee speaking.

(เฮลโล่ ธิส อีส วิชัย แสนดี สปีคกิ้ง)

สวัสดีครับ นี่วิชัย แสนดี กำลังพูดครับ

4. Hello, this is 3735135. May I help you?

(เฮลโล่ ธิส อิส ธรี เซวึ่น ธรี ไฟว วัน ธรี ไฟว เมย์ ไอ เฮ็ลพ ยู)

สวัสดีครับ นี้ 3735135 ผมช่วยอะไรคุณได้บ้างครับ

5. This is Doctor Thongchai’s residence. What can I do for you?

(อิส อีส ด็อกเตอร์ ธงไชย เร็ซซิดึนส ว็อท แคน ไอ ดู ฟอร์ ยู)

ที่นี่บ้านพักคุณหมอธงไชย มีอะไรให้ช่วยไหมครับ

หลังจากที่เราทราบแล้วว่า ผู้ที่รับโทรศัพท์นั้นเป็นใคร เราซึ่งเป็นผู้โทรก็จะต้องแนะนำตัวเองบ้าง พร้อมทั้งชี้แจงจุดประสงค์ที่โทรมาด้วย เช่น

1. This is Roger Aslin. May I speak to Khyn Thanpol Chadchaidee?

(ธิส อีส โรเจอร์ แอสลิน เมย์ ไอ สปีค ทู คุณธนพล จาดใจดี)

นี่ผมโรเจอร์ แอสลิน ขอคุยกับคุณธนพล จาดใจดีหน่อยได้ไหมครับ

2. This is Roger Aslin. Is Khyn Thanapol there?

(ธิส อีส โรเจอร์ แอสลิน อีส คุณ ธนพลล แธร์)

นี่ผมโรเจอร์ แอสลินครับ คุณธนพลอยู่ที่นั่นหรือเปล่าครับ

3. I’m Peter Thomson. Could I speak to Mr. Thanapol, please?

(ไอม ปีเตอร์ ทอมสัน คูด ไอ สปีค ทู มิสเตอร์ ธนพล พลีส)

ผมชื่อปีเตอร์ ทอมสันครับ ผมขอพูดกับคุณธนพล หน่อยได้ไหมครับ

4. I’m calling from the board of Investment and I like to speak to Mr. somsak of TYK company. Would you get him on the phone, please?

(ไอม คอลลิ่ง ฟรอม เธอะ บอร์ด ออฟ อินเวสเม้นท แอน ไอ ไลค ทู สปีค ทู มิสเตอร์ สมศักดิ์ ออฟ ทีวายเค คัมพะนิ ยูด ยู เก็ท ฮิม ออน เธอะ โฟน พลีส)

ผมโทรจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และผมอยากจะพูดคุยกับคุณสมศักดิ์ ที่อยู่บริษัททีวายเค คุณช่วยตามเขามารับสายหน่อยได้ไหมครับ

5. Can I speak to Mr, Decha, please?

(แคน ไอ สปีค ทู มิสเตอร์ เดชา พลีส)

ผมขอพูดกับคุณเดชา หน่อยได้ไหมครับ

ในกรณีที่เบอร์โทรศัพท์นั้น ไม่ใช่สายตรง หรือที่เรียกว่า “Direct line” จำเป็นต้องผ่านพนักงานตอบรับโทรศัพท์ (Operator) และเราไม่ทราบเบอร์ติดต่อภายในจึงต้องขอให้เขาต่อสายให้โดยพูดว่า

1. Extension 124 please.

(อิคสเท็นชั่น วัน ทเว้นตี้ฟอร์ พลีส)

ช่วยกรุณาต่อ 124 หน่อยครับ

2. The Managing Director’s office, please.

(เธอะ เมเน็จจิ่ง ไดเร็คเตอร์ส อ๊อฟฟิซ พลีส)

ช่วยกรุณาต่อห้องกรรมการผู้จัดการให้ผมหน่อยครับ

3. Room number 407 please.

(รูม นัมเบอร์ ฟอร์-โอ-เซวึ่น พลีส)

ช่วยกรุณาต่อห้อง 407 ให้ผมหน่อยครับ

4. Please give me Sales Department.

(พลีส กีฟ มี เซลส ดีพาทเม้นท์)

ช่วยต่อแผนกขายให้ผมหน่อยครับ

5. Could I have extension 318, please

(คูด ไอ แฮ็ฟ อิคสเท็นชั่น ทรี – วัน – เอ้ท พลีส)

ช่วยกรุณาต่อ 318 ให้หน่อยครับ

ถ้าบุคคลที่เราถามหาไม่อยู่ ฝ่ายผู้รับก็อาจจะพูดว่า

1. I’m sorry he isn’t in right now. Would you like to leave a message.

(ไอม ซ้อรี่ ฮี อีสซึ่น อิน ไร้ท นาว วู้ด ยู ไลค ทู ลีฟ อะ เม็สซิจ)

เสียใจครับเขาไม่อยู่ตอนนี้ คุณจะทิ้งข้อความไว้หรือไม่ครับ

2. I’m sorry he is out for lunch. Shall I have him call you back?

(ไอม ซ้อรี่ ฮี อีส เอ้าท ฟอร์ ลันช แชล ไอ แฮ็ฟ ฮิม คอล ยู แบ็ค)

เสียใจครับ เขาออกไปทานอาหารกลางวันครับ จะให้ผมบอกให้เขาโทรกลับหาคุณไหมครับ

3. I’m sorry he just left and I don’t think he’ll be back again today.

(ไอม ซ้อรี่ ฮี จันท เล็ฟท แอนด์ ไอ โด้นท ธิงค ฮีล บี แบ็ค อะเก็น ทูเดย์)

ผมเสีใจครับ เขาเพิ่งจะออกไป และผมก็ไม่คิดว่าเขาจะกลับเข้ามาอีกวันนนี้

4. He’s just stepped out.

(ฮีส จัสท สเต็พท เอ้าท)

เขาเพิ่งจะเดินออกไปเดี๋ยวนี้เอง

5. I’m sorry Mr. Thanapol is tied up at the moment.

(ไอม ซ้อรี่ มิสเตอร์ ธนพล อีส ไทท อัพ แอท เธอะ โมเม้นท)

เสียใจครับ คุณธนพลไม่ว่างที่จะรับสายในขณะนี้

6. I’m sorry he’s not available at the moment.

(ไอม ซ้อรี่ ฮี แฮส อะ วิซิทเทอะ วิธ ฮิม ไร้ท นาว อีส แธร์ เอนนี่ เม็สซิจ)

เสียใจครับเขาไม่ว่างเลยในขณะนี้

7. I’m sorry he has a visitor with him right now. Is there any message?

(ไอม ซ้อรี่ ฮี แฮส อะ วิซิทเทอะ วิธ ฮิม ไร้ท นาว อีส แธร์ เอนนี่ เม็สซิจ)

เสียใจครับเขามีแขกขณะนี้ มีข้อความอะไรไหมครับ

8. I’m sorry he is in a meeting

(ไอม ซ้อรี่ ฮี อีส อิน อะ มีทติ้ง)

เสียใจครับ เขาอยู่ในที่ประชุมครับ

9. I’m sorry he’s on another line at the moment.

(ไอม ซ้อรี่ อีส ออน อะนัธเธ่อร์ ไลน แอท เธอะ โมเม้นท)

เสียใจครับ เขาติดอยู่อีกสายหนึ่งในขณะนี้

ถ้าเราทราบว่าเขาไม่อยู่ และอยากจะฝากข้อความไว้ หรือขอให้เขาโทรกลับเมื่อเขากลับเข้ามาเราก็จะพูดว่า

1. May I leave a message for him?

(เมย์ ไอ ลีฟว อะ เม็สเซ้จ ฟอร์ ฮิม)

ผมฝากข้อความไว้ให้เขาหน่อยได้ไหมครับ

2. Would you ask him to call me when he comes in? May number is……………..

(วูด ยู อ้าคส ฮิม ทู คอล มี เว็น ฮี คัมส อิน มาย นัมเบอร์ อีส...........)

คุณช่วยกรุณาบอกให้เขาโทรหาผม เมื่อเขากลับเข้ามาหน่อยครับ

เบอร์โทรของผมคือ ......................

3. Could you ask him to call me back right away?

(คูด ยู อ๊าสค ฮิม ทู คอล มี แบ็ค ไร้ท อะเวย์)

คุณช่วยกรุณาบอกให้เขารีบโทรกลับหาผมในทันทีเลยได้ไหมครับ

4. Would you have him return my call?

(วูด ยู แฮ็ฟ ฮิม รีเทิน มาย คอล)

คุณช่วยกรุณาบอกให้เขาโทรกลับหาผมหน่อยได้ไหมครับ

5. Please have him call me back at 3735135 between 2.00 to 5.00 p.m.

I’ll be at this number till 5.15 p.m.

(พลีส แฮ็ฟ ฮิม คอล มี แบ็ค แอท ธรี – เซเว่น – ธรี- ไฟว-วัน-ธรี-ไฟว บีทะวีน ทู ทู ไฟว พีเอ็ม ไอล บี แอท ธิส นัมเบอร์ ทิล ไฟว-ฟิ๊ฟทีน พีเอ็ม)

ช่วยกรุณาบอกให้เขาโทรกลับหาผมตามเบอร์โทรนี้ 3735135 ระหว่างเวลาบ่าย 2 โมง ถึง บ่าย 5 โมง ผมจะอยู่ที่หมายเลขนี้จนกระทั่งถึงเวลาบ่าย 5 โมง 15 นาที

6. Please ask him to call me back when he is free.

(พลีส อ๊าสค ฮิม ทู คอล มี แบ็ค เว็น ฮี อีส ฟรี)

โปรดบอกให้เขาโทรกลับหาผมด้วยเมื่อเขาว่าง

7. When can I expect him to return my call?

(เว็น แคน ไอ เอ๊กซเป็ค ฮิม ทู รีเทิน มาย คอล)

เขาจะโทรกับหาผมได้เมื่อไหร่ครับ

8. I have some urgent business with him.

(ไอ แฮ็ฟ ซัม เออเจ่น บิสเนส วิธ ฮิม)

ผมมีเรื่องด่วนกับเขา

9. Please tell him I called.

(พลีส เท็ล ฮิม ไอ คอลท)

โปรดบอกเขาด้วยว่าผมโทรหาครับ

10. Well, then, I’ll phone him again.

(เวล เธ็น ไอล โฟน ฮิม อะเก็น)

อ้อ! ถ้าอย่างนั้นผมจะโทรหาเขาอีกครับ

11. Could you tell me where to reach him?

(คูด ยู เท็ล มี แวร์ ทู รีช ฮิม)

คุณช่วยบอกผมหน่อยครับว่าจะติดต่อเขาได้อย่างไร

12. I’ll ring him at about 8.30 p.m.

(ไอล ริง ฮิม แอท อะเบ้าท เอ้ท-เธอตี้ พี เอ็ม)

ผมจะโทรหาเขาประมาณ 8.30 น. ครับ

ถ้าต้องการให้ผู้ที่โทรมาถือสายรอเราพูดว่า

1. Just a moment, please (จัสท อะ โมเม้นท พลีส)

กรุณารอสักครู่ครับ

2. Hold on, please. (โฮลด ออน พลีส)

ถือสายไว้ก่อนครับ

3. Hang on please. (แฮง ออน พลีส)

ถือสายไว้ก่อนครับ

4. Wait a moment, please. (เว็ท อะ โมเม้นท พลีส)

กรุณารอสักครู่ครับ

5. Just a second, please. (จัสท อะ เช็คคั่น พลีส)

กรุณารอสักครู่ครับ

6. Will you hold the line for a moment? (วิล ยู โฮลด เธอะ ไลน ฟอร์ อะ โมเม้นท)

คุณจะกรุณาถือสายรอสักครู่ได้ไหมครับ

ถ้าต้องการทราบชื่อของเขาก่อน เราก็จะพูดว่า

1. Who is calling please? (ฮู อีส คอลลิ่ง พลีส)

ใครโทรมาครับ

2. Who shall I say is calling? (ฮู แชล ไอ เซย์ อีส คอลลิ่ง)

จะให้ผมบอกว่าใครโทรมาดีครับ

3. Who is this, please? (ฮู อีส ธิส พลีส)

ใครพูดครับ

4. May I ask who is calling, please? (เมย์ ไอ อ๊าสค ฮู อีส คอลลิ่ง พลีส)

จะกรุณาบอกได้ไหมครับ ว่าใครโทรมาครับ

5. Can you tell me where you’re calling from, please?

(แคน ยู เท็ล มี แวร์ ยูเออะ คอลลิ่ง ฟรอม พลีส)

คุณจะกรุณาบอกผมหน่อยได้ไหมครับว่าคุณโทรมาจากไหนครับ

6. Who did you say you wanted to speak to?

(ฮู ดิด ยู เซย์ ยู ว้อทเต็ด ทู สปีค ทู)

คุณพูดว่าคุณต้องการพูดกับใครนะครับ

ถ้าเราไม่รู้จักคนที่เขาถามหา หรือสงสัยว่าเขาจะโทรผิดเบอร์ก็อาจจะพูดว่า

1. This is 3735135. What number are you calling?

(ธิส อีส ธรี-เซเว่น-ธรี-ไฟว-วัน-ธรี-ไฟว ว็อท นัมเบอร์ อาร์ ยู คอลลิ่ง)

นี่โทร 3735135 ไม่ทราบว่าคุณต้องการโทรถึงเบอร์อะไรครับ

2. I’m sorry. You have the wrong number.

(ไอม ซ้อรี่ ยู แฮ็ฟ เธอะ ร็อง นัมเบอร์)

ผมเสียใจครับ คุณโทรผิดเบอร์ครับ

3. I’m afraid you have the wrong number, this is……………………. .

(ไอม อะเฟรด ยู แฮ็ฟ เธอะ ร็อง นัมเบอร์ ธิส อีส ..........................

ผมเกรงว่าคุณจะโทรเบอร์ผิดนะครับ นี่เบอร์โทร ...............................

4. There is no one by that name here. You must have the wrong number.

This is

(แธร์ อีส โน วัน บาย แธ็ท เนม เฮียร์ ยู มัสท แฮ็ฟ เธอะ ร็อง นัมเบอร์ ธิส อีส ...................... )

ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้นหรอกครับ คุณต้องโทรเบอร์ผิดแน่เลย นี่เบอร์โทร .........................

5. Mr.Thanapol has changed offices. His new number is ………………………….

(มิสเตอร์ ธนพล แฮส เช็นจ อ๊อฟฟิซ ฮิส นิว นัมเบอร์ อีส ........................)

คุณธนพบเปลี่ยนทีทำงานใหม่แล้วครับ เบอร์โทรใหม่ของเขาคือ

6. His extension number has changed. The new number is……………………….

(ฮิส อิคซเท็นชั่น นัมเบอร์ แฮส เช็นจ เธอะ นิว นัมเบอร์ อีส .......................)

เบอร์ต่อของเขาเปลี่ยนไปแล้ว เบอร์ใหม่คือ ...................................................

7. Nobody by that name works here.

(โนบอดี้ บาย แธ็ท เนม เวิคส เฮียร์)

ไม่มีคนที่ชื่อนั้น ทำงานอยู่ที่นี่หรอกครับ

8. Sorry, the number’s changed.

(ซ้อรี่ เธอะ นัมเบอร์ส เช็นจท)

เสียใจครับ เบอร์โทรนั้นเปลี่ยนไปแล้วครับ

9. No, this isn’t the number you want.

(โน ธิส อีสซึ่น เธอะ นัมเบอร์ ยู ว้อนท)

ไม่ครับ นี่ไม่ใช้เบอร์ที่คุณต้องการหรอกครับ

ถ้าคู่สนทนาพูดไม่ชัด หรือโทรศัพท์ขัดข้องเราก็อาจจะพูดว่า

1. I beg your pardon? (ไอ เบอ ยัวร์ พ้าดึน)

ขอโทษครับ / อะไรนะครับ

2. Would you speak a little louder? (วูด ยู สปีค อะ ลิตตึล เลาเด้อร์)

กรุณาพูดดังหน่อยได้ไหมครับ

3. Will you speak up, please? (วิล ยู สปีค อัพ พลีส )

กรุณาพูดดัง ๆ ครับ

4. Please speak more slowly. (พลีส สปีค มอร์ สโลลี่)

กรุณาพูดช้า ๆ หน่อยครับ

5. I’m sorry I can’t hear you. (ไอม ซ้อรี่ ไอ ค้านท เฮียร์ ยู)

ผมเสียใจครับ ผมไม่ได้ยินที่คุณพูดเลยครับ

6. I’ll get someone who speaks English. (ไอล เก็ท ซัมวัน ฮู สปีคส อิงลิช)

ผมจะหาคนพูดภาษาอังกฤษได้มานะครับ

7. Now there is no one here who understands English.

(นาว แธร์ อีส โน วัน เฮียร์ ฮู อันเดร์สแต็นด์ส อิงลิช

ตอนนี้ ที่นี่ไม่มีใครสักคนที่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย

ถ้าผู้ที่โทรมาบอกเราว่าเขาต้องการพูดกับคนนั้น คนนี้และบังเอิญบุคคลนั้นอยู่บริเวณนั้น เราก็จะบอกเขาว่า

1. Anong, you are wanted on the phone line 7. (ให้เขากดปุ่มแล้วพูด)

(อนงค์ ยู อาร์ ว้อนเต็ด ออน เธอะ โฟน ไลน เซเว่น)

คุณอนงค์ โทรศัพท์ถึงคุณ สาย 7 ครับ

2. It’s for you, Kanya. (ส่งหูรับให้เขา)

(อิทส ฟอร์ ยู กัญญา)

โทรศัพท์ ถึงคุณครับ คุณกัญญา

แต่ถ้าผู้ที่ถูกถามหาเป็นผู้รับโทรศัพท์นั้นเอง เขาก็จะพูดว่า

1. Speaking ( สปีคกิ้ง ) กำลังพูดครับ

2. This is he / she. (ธิส อีส ฮี / ซี) ผม/ดิฉัน คือคนนั้นแหละ

3. I’m on the line. (ไอม ออน เธอะ ไลน) ผมกำลังพูดครับ

4. Here’s Thanapol. (เฮียส ธนพล) นี่คือ ธนพล ครับ

5. Thanapol is speaking. (ธนพล อีส สปีคกิ้ง) ธนพละกำลังพูดครับ

ควรกล่าวขอบคุณที่เขาโทรมาหาโดยพูดว่า

1. Thanks for calling. Goodbye. (แธ้งส ฟอร์ คอลลิ่ง กู้ดบาย)

ขอบคุณที่โทรมาลาก่อนครับ

2. Thank you for your call. (แธ้งกิ่ว ฟอร์ ยัวร์ คอล)

ขอบคุณที่โทรมา

3. Nice talking to you. Goodbye. (ไนซ ทอคกิ่ง ทู ยู กู้ดบาย)

ผมดีใจที่ได้พูดกับคุณครับ ลาก่อน

ศัพท์และสำนวนเกี่ยวกับโทรศัพท์ที่ควรทราบ

1. Call –back number = เบอร์สำหรับโทรกลับ

2. Ring/call/phone = แปลว่าโทรศัพท์เป็นคำกริยาได้

3. Incoming call = โทรศัพท์เข้า

4. Trunk call (แบบอังกฤษ) = long distance call (แบบอเมริกา)

= แปลว่า โทรทางไกล

5. The telephone rings. = โทรศัพท์ดังขึ้น

6. He answers the phone = เขารับโทรศัพท์

7. He picks up the receiver. = เขายกหูโทรศัพท์ขึ้น

8. He hangs up the receiver. = เขาวางหูโทรศัพท์ลง

9. He dials the number. = เขาหมุนเบอร์โทร (ไดอึล)

10. The line is busy. = สายไม่ว่าง

11. This telephone’ s out of order. = โทรศัพท์เครื่องนี้เสีย

12. Telephone booth = ตู้โทรศัพท์สาธารณะ

13. Telephone Directory = สมุดโทรศัพท์

14. He hanged up on me. = เขาวางหูโดยที่ผมยังพูดไม่จบ

15. Caller = ผู้โทรศัพท์

16. Receiver = ผู้รับโทรศัพท์

บทสนทนาประจำวัน

Caller : Hello, is that 2473210?

Receiver : yes, that’s right.

Caller : Could I speak to Mr.Thanapol, please?

Receiver : Yes, who’s speaking. Please?

Caller : My name is roger Aslin.

Receiver : Wait a second, please. (เงียบเสียง) I’m sorry, he isn’t in the office.

Caller : Well, then, could I leave a message for him?

Receiver : Yes, please.

Caller : Thanks and here is my message. Please write it down………

Receiver : That’s all?

Caller : Yes, that is all. Thanks again. Good-bye.

Receiver : You’re welcome. Good-bye.

2 ความคิดเห็น:

  1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนนำออก

    ตอบลบ
  2. 555 ถ้าพวกอุ๋ม หลาน หนับๆอ่านอยู่คงอยากรู้ว่าเค้าคือใคร 555 ^0^

    ตอบลบ